2005/Sep/13

เมื่อวานกลับมานั่งทำความเข้าใจกับบล็อค อดทึ่งไม่ได้กับหลายๆที่ที่แอบเข้าไปอ่าน ว่าเขาทำกันได้อย่างไร พยายามศึกษาลูกเล่นต่างๆ แต่คงนานเพราะว่าเรื่องแบบนี้ไม่เอาถ่านเอาเสียเลย เมื่อวานแวะไปซื้ออินทผาลัมมาทาน เพราะที่มีอยู่มันหมด อ้อมว่าหลายคนคงรู้จักอินทผาลัม ที่เมืองไทยเรามีชื่อเรีกว่า สิบสองปันนา เดี๋ยวรายละเอียดขอนำมาเล่าต่อพรุ่งนี้ เพราะว่าอ้อมเหลือเวลาไม่กี่นาทีต้องออกไปทำงานแล้วคะ

เอาคราวๆเกี่ยวกับตัวอ้อมก่อนว่าทำไมอ้อมต้องทานอินทผาลัมทุกวัน เหตุเกิดมาจากอ้อมรู้เหนื่อย ไม่สดชื่นและรู้สึกอ่อนเพลียง่าย หลายคนที่ประเทศนี้บอกว่าให้ทาน เพราะช่วยได้ เนื่องจากอากาศและหลายอย่างทำให้อ้อมแย่ลง เขาว่ากันว่า อินผาลัมทานทุกวันจะทำให้แข็งแรง ความหวานในตัวของมันไม่มีไม่ใช่น้ำตาล ดังนั้นคนที่เป็นเบาหวานสามารถทานได้

อย่างอ้อมนี่ต้องทานวันละเจ็ดเม็ดทุกวันหรือเจ็ดผลน้อยๆเพราะที่ร้านบอกว่าใหลองทานดู ลองมาสักระยะเห็นว่าโอเค รู้สึกสดชื่น อาจจะเป็นเพราะความหวาน แต่แปลกใจที่ความหวานของมันไม่แปรเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล ไม่ทำให้อ้อมอ้วนด้วย อันนี้เลยตัดสินลองทานง่ายๆ

ยิ่งตอนนี้มีการพัฒนาแปรรูป มีการนำเอาอินผาลัมมาสอดไส้แอลมนด์ด้วย มีบ้างบางชนิดเคลือบด้วยช็อกโกแลต แต่สองอย่างนี้อ้อมขอออกห่างคะ กลัว!!! เพราะแทนที่จะช่วยในเรื่องสุขภาพ อาจจะทำใหอ้อมอืดขึ้นมาก็ว่าได้

ช่วงนี้มันหน้าของอินผาลัม ดังนั้นเราจึงหาอินผาลัมทานได้ง่าย แต่อ้อมต้องทานที่สดๆมาจากต้นด้วย มีบ้างที่รู้สึกฝาด เพราะว่ามันยังไม่สุก แต่ก็ต้องทานเพราะมันช่วยได้

เปลี่ยนเรื่อง!!!!!

เมื่อวานรู้สึกเหนื่อยใจ ทำไมตัวเองถึงเป็นคนที่ไม่ระวังไม่รอบคอบเอาเสียเลย ไม่มีเอ๊ะใจด้วยนะ พอกลับเข้ามาหลังจากไปไปซื้ออินผาลัม มือข้างหนึ่งถือถุงข้างหนึ่งถือกระเป๋า แล้วความขี้เกียจเอาขวดน้ำดื่มที่เปิดดื่มและน้ำนี่ค่อนข้างจะเต็มๆเข้าไปไว้ในกระเป๋าเพื่ออีกมือจะได้ไขกุญแจง่ายๆ ไม่ได้เอ๊ะใจเลยนะวางกระเป๋าทิ้งไว้ เดินเอาของเก็บ นั่งทำงาน ได้ยินเสียงโทรศัพท์ รีบเปิดกระเป๋า เอาโทรศัพท์

ปรากฎว่า เห็นน้ำเต็มเลยในกระเป๋า เปียกแต่โชคดีที่โทรศัพท์มือถือใช้ได้แต่คาดว่าน่าจะหมดอายุไม่นาน ทุกอย่างเปียกหมด เงิน เครื่องสำอางค์ ทำสำคัญคือเช็คที่ได้มาจากลูกค้าเปียก ตายแน่ ... แต่แทนที่เจ้านายจะโกรธ ดันมาขำอ้อม บอกเท่ห์ดี เป็นการทดสอบคุณภาพของกระเป๋าเธอไง อ้อมบอกอย่าเลยมาช่วยเลยกันเลย เจ้านายช่วยเอาเอกสาร นามบัตรและเงินออกตาก ส่วนอ้อมดูเอาเอง

รู้สึกเหนื่อยอย่างแรง อย่างนี้ต้องทานเค้กอินทผาลัมชดเชย!!!!!

................

แต่คนนี้มองที่ไรหายเหนื่อยทันที (มีแอบเลี้ยน)

ปล. แอบคิดถงพี่ชายจัง แต่อย่าห่วงนะคะ รู้ว่าพี่ชายตามมาแอบดู แต่ขอแอบจับมือไว้เบาๆสัญญาคะจะไม่บีบมือแรงๆ ไม่ทำให้หนีหายไปไหน ดูแลตัวเองด้วยนะคะ อ้อมไม่ดื้อคะ คิดถึงจังไม่มีคนมาขยี้ผมน้องสาวคนนี้นอนแล้วนะ

2005/Sep/12

การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันของมนุษย์ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆอย่าง อย่างแรกเลยก็คือ ความเข้าใจ เราต้องเรียนรู้เพื่อที่จะยอมรับในเงื่อนไข หรือจารีตประเพณีที่เขาสั่งสมกันมานาน ตอนนี้ภายในใจเริ่มค้นหาความหมายที่แท้จริงว่ามันคืออะไร

"ความท้าทายเริ่มทำให้อารมณ์ที่เคยนิ่งสงบอยูภายใน คุกกรุ่นขึ้นมา"

นี่เราจะเลือกการเรียนรู้เพื่อที่จะยอมรับและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางของพวกเขา (ทั้งที่บางครั้งมันก็คงดูหนักอึ้ง) หรือว่าจะทำการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผสมสานเอาความเป็นเราเข้าไปดีนะ (อันนี้ต้องลองคิดดู)แต่โดยปกติแล้วเราไม่เคยเดินในทางที่ใครขีด เขียน ไว้ได้นานหรอกแต่ทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผล จริงไหม ถ้าเขามีนโยบายหรือเหตุผลที่ดีเพียงพอ มันก็ไม่ยาก

ฉันเชื่อว่าหลายคนอาจจะเป็นเหมือนฉัน แต่ขอให้จำไว้เถอะนะ... ถ้าเราเลือกที่จะเข้าไปนั่งเป็นสมาชิกของสังคมแบบไหน นั่นก็แปลว่าเราเลือกแล้วที่จะไม่ทำผิดกติกาของสังคมนั้นๆ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนรุ่นเก่าก่อนได้รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่า เราไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร ในสายตาของพวกเขา แต่อยากให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ว่า การปรับตัวต้องใช้เวลา ยอมรับว่าไม่มีความสุขเลย ที่เข้าไปพบเจอกับข้อความที่ดูถูกกันแบบนั้น

ดังนั้นจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลย.... ว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึงได้เพียงแค่เดินผ่านเข้ามาแล้วก็เดินจากไป หรือไม่ก็แค่สร้างสัญลักษณ์ทิ้งไว้ใว่าความสัมพันธ์แบบเดิมที่เราคุ้นเคย มันจะไม่จางหายไป ถ้าเปรียบตัวเองและเพื่อนๆ กับจิกซอร์ที่หายไป เราก็จะสามารถรู้ไดว่าตัวไหน ชิ้นไหน คนไหน อยู่ที่ไหนก่อนในช่วงนี้ และตอนนี้ก็เข้าใจแล้วด้วยว่าเหตุผลคืออะไร ทำไมเพื่อนๆถึงไม่มีข่าวสารมาให้เห็นในสภาพสังคมแบบนี้ เข้าใจนะว่ามันก็ยากและก็ยากที่จะอธิบาย ที่สำคัญ คือยากที่ปรับตัว เหมือนกับที่เราเป็นใช่ไหม ????

สงสัยต้องเปิดกรุความรู้นำความหมายของ มิกค์แอนแมชด์ มาใช้ซะแล้วมั้งคราวนี้...เพื่อจะได้ไม่ต้องเดินตามไปในทิศทางของใครต่อใคร แล้วก็จะได้ไม่ขัดใจตัวเองด้วย... มาดูกันว่า ตัวเรา ใจเรา ความคิดเรากับสภาพแวดล้อมใหม่

จะไปในทิศทางใด